Find your Balance แต่งบ้านอย่างไรให้สมดุล

#Aguidetocraftyoursoulfulspace #Ep5



เมื่อเดินทางมาถึงจุดหนึ่งของการแต่งห้อง เชื่อว่าหลายครั้งที่ทำห้องไปเรื่อยๆก็อาจจะเจอข้อจำกัดมากมาย สุดท้ายแต่งห้องตรงเรฟบ้าง ไม่ตรงเรฟบ้าง หรือแต่งไปแต่งมาก็ดูไม่เข้ากันซะงั้น เช่น เมื่อพูดถึงสไตล์ที่ชอบ เราอาจจะบอกว่ายึดเอามินิมอลเป็นหลัก แต่วันหนึ่งดันไปชื่นชอบเอาพรมสไตล์ Mid-Century และตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์วินเทจไปแล้ว ก็อย่าได้ซีเรียสหรือเป็นกังวลเกินไป ทุกสิ่งล้วนไม่มีถูกผิด สามารถนำมาเป็นไอเทมของห้องได้ เพราะไม่ว่าชิ้นงานไหน ภาพจิตรกรรมโบราณ หรือรูปปั้นทองเหลือง ที่เรานำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห้อง ก็ถือว่าเป็นส่วนที่ทำให้ห้องมีเรื่องราว ทำให้พื้นที่นี้เป็นตัวตนเรามากขึ้น ดังนั้น การจัดห้องที่มีความสมดุลอาจจะเข้ามาช่วยจัดให้ห้องเราดูดีขึ้น โดยที่ยังไม่ทิ้งความเป็นตัวเองได้ ณ จุดนี้

เราเชื่อว่าความพอดีที่ว่านี้อาจเป็นความพอใจส่วนบุคคล แต่การจะแต่งบ้านอย่างไรให้สมดุลกับความเป็นอยู่ที่ดีนั้น วันนี้เอแกลมีทริคการทำห้องตามหลักความสมมาตร ที่ไม่ว่าคุณจะแต่งห้องสไตล์ไหน หากลองทำตามนี้ ก็หมดปัญหาเรื่องความไม่เข้ากันได้เลย หรือนี่แหละเคล็ดลับดีๆที่อินทีเรียไม่ได้บอกคุณก็ได้นะ


Find your balance

At some point during decorations you might find yourself running into obstructions. Sometimes the room appeared precisely like in reference, sometimes it didn’t, sometimes pieces just suddenly refused to match. At the beginning you might say ‘minimal’ was the style you were going for but one day a Chinese Antique Furniture caught your eyes tremendously that you purchased it. Don’t be too worried. It could still work as there was no right or wrong. After all, every piece helped establish a story into the room and made it felt more like ‘you’. However, balance still played an essential role in elevating your decorations without having to give up your identity.

Yes, this so called balance might be something of a personal preference. But there were some little tricks towards achieving a pleasant living that could apply in every aesthetic style. Just follow these ‘symmetry’ principals and your items matching problem goes away. This might just be the trick that your interior designer didn’t tell you.



The 60-30-10 Rule

กฏ 60-30-10 หลักการสากลแห่งความสมดุล ที่ใช้กันในหลาย ๆ วงการอย่างการจัดสัดส่วนภาพเวลาถ่ายรูป การถ่ายภาพยนตร์ และอื่น ๆ ที่ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการตกแต่งต่างๆได้อย่างดีทีเดียว

หลักๆแล้วกฏนี้จะนำมาใช้กับพาเลตต์สีของห้อง อย่างเบสิคเลยสมมติว่าในห้องคุณมีเฟอร์นิเจอร์จีนโบราณสีเขียว หากเกรงว่าสีจะโดดไป ให้คุณหาไอเท่มชิ้นอื่น ที่เป็นสีเขียวโทนใกล้ ๆ กันมาอีก 2-3 ชิ้น อาจจะเป็น ต้นไม้สักกระถาง หรือ ภาพจิตรกรรมโบราณ ฯลฯ มาตั้งไว้ให้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ก็จะทำให้ดูเบลนกับบรรยากาศมากขึ้น แถมช่วยขับสีเขียวของเฟอร์นิเจอร์จีนโบราณนั้นออกมาด้วย

หรือหากใครเริ่มแต่งห้องตั้งแต่ทาสีใหม่ ก็สามารถแบ่งสีตามอัตราส่วนการใช้สี 60-30-10 ได้เลย

โดยให้ 60% เป็นสีหลัก 30% สีรอง และ 10% สีไฮไลท์

ยกตัวอย่างเช่น แต่งห้องสไตล์มินิมอลด้วยสีขาวเป็นสัดส่วนที่มากสุด 60% รองลงมาอาจเป็นสีครีมหรือเบจ 30% เพื่อมาเบลนความขาว และตัดให้โดดด้วยสีน้ำตาลสัก 10% ของห้อง

ทริคคือพยายามเลือกสีรองที่เป็น neutral color ที่สามารถเบลนสีหลักและเข้ากันได้กับสีไฮไลท์ของห้องด้วย

การใช้อัตราส่วนนี้นอกจากจะทำให้ห้องมีความหลากหลายของสีที่เข้ากันแล้ว ทำให้ห้องไม่รู้สึกจืดหรือแข็งทื่อไปอีกด้วย ลองจินตนาการดูว่าถ้าหากห้องนั้นมีสีขาวสัก 80% จะให้ความรู้สึกยังไง หลักการนี้สามารถนำมาใช้กับพื้นผิวและวัสดุในห้องได้อีกด้วย


1. The 60-30-10 Rule : The rule of thirds, universal rule adopted in numerous industries e.g. composition arrangements in photography and films, etc. which was known to be exceptionally effective adapted into decorations.

Mainly this rule applied in the room’s color palette. For example, if you had a Chinese Antique Furniture but afraid if the green was too much and wouldn’t fit in its surroundings. Try finding other 2-3 items of a similar green shade to place in the common environment e.g. a plant or a brass green vase. This was to fuse the shade into the atmosphere. More green would also draw out the beauty of the existing green hue in the sofa.

If you’d rather start from the bottom like painting the room, try dividing color proportion into 60-30-10. The main color is 60%, complementary color for 30%, and a hilight color in 10%. If you were going minimal with white as the biggest proportion of 60%, might support it with cream or beige for 30% just to blend the white out. Then accentuate with 10% of brown.

The trick was picking the neutral shade as supporting color as it worked well with both main and highlight shade.

This given proportion, beside established the harmony of matching colors throughout the space, it also prevented the room from feeling bland and stiff due to one single flat color. Imagine how over 80% of white in 1 room would make you feel. This principle also applied with textures and materials too.